คุณสมบัติผู้สมัครสอบเตรียมทหาร

โรงเรียนเตรียมทหาร สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ กองบัญชาการกองทัพไทย มีภารกิจในการให้การศึกษาแก่นักเรียนเตรียมทหารในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย มีระยะเวลาการศึกษา 2 ปี  (มัธยมศึกษาปีที่ 5 - 6) ให้มีความรู้ความสามารถในวิชาการ ทหารเบื้องต้น ปลูกฝังคุณสมบัติการเป็นผู้นำ อุปนิสัย อัธยาศัย กำลังใจ ให้เข้มแข็งมั่นคง ตลอดจนเสริมสร้างพลานามัยเพื่อให้ผู้สำเร็จการศึกษาทุกคน มีพื้นฐานความรู้ คุณสมบัติ และสมรรถภาพร่างกายอันเหมาะสมที่จะเข้ารับการศึกษาต่อในโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า โรงเรียนนายเรือ โรงเรียนนายเรืออากาศฯ และโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ต่อไป  

การรับสมัครบุคคลพลเรือนเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหารนั้น โรงเรียนเตรียมทหารมิได้เป็นผู้ดำเนินการสอบคัดเลือกนักเรียนเตรียมทหารด้วยตนเอง หากแต่โรงเรียนเหล่าทัพ (โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า โรงเรียนนายเรือ โรงเรียนนายเรืออากาศ และโรงเรียนนายร้อยตำรวจ) จะเป็นผู้ดำเนินการสอบคัดเลือกบุคคลพลเรือนเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหารในส่วนของแต่ละเหล่าทัพ เพื่อเข้าศึกษาในหลักสูตรโรงเรียนเตรียมทหาร

เมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วจะได้เข้าศึกษาต่อในโรงเรียนเหล่าทัพ ตามที่นักเรียนได้สมัครและผ่านการสอบคัดเลือก ทั้งนี้ ในแต่ละปีจะมีการกำหนดจำนวนรับนักเรียนเตรียมทหาร ในส่วนของแต่ละเหล่าทัพ ประมาณปีละ 500 คน  

 

 

คุณสมบัติของผู้สมัครเป็นนักเรียนเตรียมทหาร  

         (หลักสูตรมัธยมศึกษาปีที่ 4)

1. คุณวุฒิการศึกษา สำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 (ม.4) ตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการ หรือเทียบเท่า 

2.  เป็นชายโสด มีอายุระหว่าง 16 - 18 ปี (เกิดตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2542 ถึง 31 ธันวาคม พ.ศ.2544) ในการนับอายุ ให้นับตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการ 

3. มีสัญชาติไทย และบิดามารดาผู้ให้กำเนิดต้องมีสัญชาติไทยโดยกำเนิด แต่ถ้าบิดาเป็นนายทหาร นายตำรวจสัญญาบัตร หรือนายทหาร นายตำรวจประทวน ซึ่งมีสัญชาติไทยโดยกำเนิดแล้ว มารดาจะมิใช่เป็นผู้มีสัญชาติไทยโดยกำเนิดก็ได้ 

4. มีอวัยวะ รูปร่างลักษณะ ท่าทางเหมาะแก่การเป็นทหาร ไม่มีโรคต้องห้ามตามที่กำหนดไว้ในกฎหมาย ว่าด้วยการรับราชการทหาร และตามที่กองทัพไทยกำหนด 

5.  ขนาดของร่างกายต้องมีพิกัดความสมบูรณ์ ไม่ต่ำกว่าเกณฑ์ดังนี้ (การนับอายุ ให้นับตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการ) 

6. เป็นผู้มีความประพฤติดี ไม่บกพร่องในศีลธรรม เลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข 

7. ไม่เป็นผู้อยู่ในระหว่างตกเป็นจำเลยในคดีอาญา หรือไม่เคยต้องคำพิพากษาของศาล ว่าได้กระทำผิดในคดีอาญา เว้นแต่ความผิดในลักษณะฐานลหุโทษ หรือความผิดอันได้ กระทำโดยประมาท 

8. ไม่เคยถูกไล่ออก หรือถูกปลดออกจากสถานศึกษาในความควบคุมของกระทรวงศึกษาธิการ โรงเรียนทหาร โรงเรียนตำรวจ หรือถูกทางราชการไล่ออก หรือปลดออกเนื่อง จากกระทำความผิด 

9. เป็นผู้ได้รับอนุญาตจากบิดา มารดา หรือผู้ปกครอง ให้สมัครเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหาร 

10. มีผู้ปกครอง และผู้รับรอง ซึ่งสามารถรับรองข้อความและพันธกรณีที่ทางราชการกำหนดไว้ 

11. ไม่เป็นผู้ที่เคยถูกถอดถอนทะเบียนจากความเป็นนักเรียนเตรียมทหาร 

12. ไม่เป็นผู้เสพยาเสพติด หรือสารเคมีเสพติดให้โทษที่ต้องห้ามตามกฎหมาย 

13. ต้องไม่มีพันธกรณีผูกพันกับส่วนราชการใด ๆ อันจะเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา 

14. บิดา มารดา และผู้ปกครอง เป็นผู้มีอาชีพสุจริตชอบธรรม และมีหลักฐานเชื่อถือได้

 

 

 

 

ผลงานวิชาการยอดเยี่ยม THAI CADET
ประจำปี 2558

นตท.กฤตไนย นิรภัยวงศ์
นักเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 59 (เหล่าทหารเรือ)

สอบติดภาควิชาการ
# ทหารบก ลำดับที่ 1
# ตำรวจน้ำ ลำดับที่ 5
# ทหารเรือ ลำดับที่ 6
# ตำรวจ ลำดับที่ 9
# ทหารอากาศ ลำดับที่ 12
# ช้างเผือก ลำดับที่ 5 (ผ่าน)

 

 

ถ้าอยากจะเข้าโรงเรียนเตรียมทหารต้องทำอย่างไร

การที่จะได้เดินบนเส้นทางแห่งเกียรติศักดิ์สายนี้มิใช่เรื่องง่าย เพราะแต่ละปี มีผู้สมัครสอบคัดเลือกเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหารจำนวนมาก แต่ผู้ได้รับการคัดเลือกมีจำนวนน้อย กล่าวคือ โรงเรียนเตรียมทหารรับสมัครนักเรียนชายที่จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ขึ้นไป อายุ 16 -18 ปี ซึ่งจะมีการเปิดรับสมัครในช่วงเดือนมกราคม - มีนาคมของทุกปี และจะทำการสอบคัดเลือกในช่วงปลายเดือนมีนาคม ซึ่งโรงเรียนเหล่าทัพทั้ง 4 เหล่าจะสอบไม่พร้อมกัน 

ในส่วนการสอบคัดเลือกจะแบ่งเป็น 2 รอบ กล่าวคือ การสอบรอบแรกเป็นการสอบภาควิชาการใน 5 วิชาหลัก คือ คณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย การสอบรอบที่สองเป็นการสอบสัมภาษณ์ และทดสอบสมรรถภาพร่างกาย เรียกว่าเป็นการทดสอบที่ต้องใช้สติปัญญา ไหวพริบ พละกำลัง และความพร้อมทุก ๆ ด้าน เพื่อจะช่วงชิงให้ได้เข้ามาเป็นนักเรียนเตรียมทหารในแต่ละเหล่าทัพ  

ในแต่ละจะมียอดผู้สมัครสอบเฉลี่ย 15,000 - 20,000 คน แต่โรงเรียนเตรียมทหารรับนักเรียนได้เพียงปีละ 500 กว่าคนเท่านั้น ดังนั้น นักเรียนคนใดที่พร้อมจะฝ่าฝันกับผู้คนนับหมื่นเพื่อจะได้เป็นนักเรียนเตรียมทหารก็จะต้องมีการเตรียมตัวตั้งแต่เนิ่น ๆ ต้องมีการติวล่วงหน้ากันเป็นปี หรือมากกว่าหนึ่งปี  

การสอบคัดเลือก  

         (หลักสูตรมัธยมศึกษาปีที่ 4)

การสมัครสอบทุกเหล่าจะเปิดรับสมัครสอบทางอินเทอร์เน็ต ประมาณเดือนธันวาคม - มกราคม  

การสอบคัดเลือกประมาณปลายเดือนกุมภาพันธ์ ถึงต้นเดือนมีนาคม ของทุกปี

การสอบคัดเลือกจะกระทำเป็นสองรอบ ดังนี้ 

1. การสอบรอบแรก (การสอบภาควิชาการ)  เป็นการทดสอบความรู้ วิชาวิทยาศาสตร์ วิชาคณิตศาสตร์ วิชาภาษาอังกฤษ และวิชาภาษาไทยและสังคมศึกษา ตามหลักสูตรมัธยมศึกษาปีที่ 4 (ม.4) ของกระทรวงศึกษาธิการ มีคะแนนรวม 700 คะแนน โดยจะคัดเลือกผู้ที่มีคะแนนดีที่สุดตามลำดับคะแนน ตามจำนวนที่โรงเรียนกำหนด เข้าทำการสอบรอบสองต่อไป 

ทั้งนี้ ปัญหาสอบภาควิชาการ ครอบคลุมความรู้ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ของกระทรวงศึกษาธิการ แบ่งเป็นสองชุดวิชา ดังนี้ 

1.1  วิชาภาษาอังกฤษ (เหล่าทหารบก กำหนดเกณฑ์ผ่าน ต้องได้คะแนนไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 ทหารเรือ และทหารอากาศ กำหนดเกณฑ์ผ่าน ต้องได้คะแนนไม่น้อยกว่าร้อยละ 40) โดยมีขอบข่ายของเนื้อหาที่ใช้ในการออกปัญหาสอบฯ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และระดับมัธยมศึกษาปีที่ 4: Grammar, Vocabulary, Expression, Conversation และ Reading Comprehension 

1.2 วิชาคณิตศาสตร์ (เหล่าทหารเรือ และทหารอากาศ กำหนดเกณฑ์ผ่าน ต้องได้คะแนนไม่น้อยกว่าร้อยละ 40) โดยมีขอบข่ายของเนื้อหาที่ใช้ในการออกปัญหาสอบ ฯ ดังนี้ 

- กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3 : พื้นที่ผิวและปริมาตร, กราฟ, ระบบสมการเชิงเส้น, ความคล้าย, กรณฑ์ที่สอง, การแยกตัวประกอบของพหุนาม, สมการกาลังสอง, พาราโบลา, อสมการ, ความน่าจะเป็น, สถิติ, ทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์, การให้เหตุผลเกี่ยวกับรูปสามเหลี่ยมและรูปสี่เหลี่ยม, ระบบสมการ, วงกลม, และเศษส่วนของพหุนาม และระดับมัธยมศึกษาปีที่ 4 : เซต, การให้เหตุผล, จานวนจริง, ความสัมพันธ์และฟังก์ชัน, ตรรกศาสตร์เบื้องต้น, ระบบจานวนจริง, ทฤษฎีจานวนเบื้องต้น, เลขยกกาลัง, อัตราส่วนตรีโกณมิติ, ความน่าจะเป็น, ระบบสมการเชิงเส้นและเมทริกซ์, ฟังก์ชัน, เรขาคณิตวิเคราะห์และภาคตัดกรวย 

1.3 วิชาวิทยาศาสตร์ มีขอบข่ายของเนื้อหาที่ใช้ในการออกปัญหาสอบ ฯ ดังนี้ - กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 4 : โครงสร้างของโลก, โลกและการเปลี่ยนแปลง, ปรากฏการณ์ทางธรณีวิทยา, ธรณีประวัติ, เอกภพ, ดาวฤกษ์ระบบสุริยะ, เทคโนโลยีอวกาศ, การเคลื่อนที่, สนามของแรง, คลื่น, กัมมันตภาพรังสีและพลังงานนิวเคลียร์, การเคลื่อนที่แนวตรง, แรงและกฎการเคลื่อนที่, การเคลื่อนที่แบบต่าง ๆ, งานและพลังงาน, โมเมนตั้มและการชน, การเคลื่อนที่แบบหมุน, สภาพสมดุลและสภาพยืดหยุ่น, อะตอมและตารางธาตุ, พันธะเคมี, สมบัติของธาตุและสารประกอบ, ปริมาณสัมพันธ์ และของแข็ง ของเหลว แก๊ส 

1.4 วิชาภาษาไทย มีขอบข่ายของเนื้อหาที่ใช้ในการออกปัญหาสอบฯ ดังนี้ 

- กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและระดับมัธยมศึกษาปีที่ 4: สาระที่ 1 การอ่าน / สาระที่ 2 การเขียน / สาระที่ 3 การฟัง การดู และการพูด / สาระที่ 4 หลักการใช้ภาษาไทย / สาระที่ 5 วรรณคดีและวรรณกรรม 

1.5 วิชาสังคมศึกษา มีขอบข่ายของเนื้อหาที่ใช้ในการออกปัญหาสอบฯ ดังนี้ 

- กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น : ศาสนา ศีลธรรม และจริยธรรม, หน้าที่พลเมือง วัฒนธรรม และการดำเนินชีวิตในสังคม, เศรษฐศาสตร์, ประวัติศาสตร์ และภูมิศาสตร์; และระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย: หน้าที่พลเมือง วัฒนธรรมและการดำเนินชีวิตในสังคม, เศรษฐศาสตร์ และประวัติศาสตร์; รวมทั้งความรู้รอบตัว ข่าว และเหตุการณ์ปัจจุบัน   

การเตรียมตัวสอบ ภาควิชาการผู้สมัครไม่ต้องเตรียมเครื่องเขียนใด ๆ ทั้งสิ้น ทางราชการจะจ่าย ดินสอ ยางลบ และกระดาษใบตอบ ให้ไม่อนุญาตให้นำกระดาษทด หรือกระดาษร่าง หรืออุกรณ์อื่น ๆ เข้าไปในห้องสอบ  

2. การสอบรอบที่สอง เป็นการทดสอบสมรรถภาพร่างกาย ตรวจความสมบูรณ์ ของร่างกายและจิตใจเพื่อคัดเลือกผู้ที่เหมาะสมที่จะเป็นนายทหารสัญญาบัตร ของกองทัพเรือ ตามรายละเอียดดังนี้ 

2.1 การตรวจสุขภาพ เป็นการทดสอบสุขภาพจิต การตรวจขนาดรูปร่าง ลักษณะ ความสมบูรณ์ของร่างกาย ตลอดจนการตรวจโรค และ ความพิการที่ขัดต่อการเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหาร 

2.2 การสอบสัมภาษณ์ท่วงทีวาจาเป็นการตรวจสอบรูปร่าง ลักษณะท่าทาง ความสมบูรณ์ของร่างกาย ความองอาจ คุณลักษณะความเหมาะสมที่จะเป็นนายทหารสัญญาบัตร มีผลการสอบ "ผ่าน" หรือ "ไม่ผ่าน" เท่านั้น ผู้สอบไม่ผ่าน หมายถึง ผู้ที่มีลักษณะทางร่างกายไม่เหมาะสมที่จะเป็นนายทหาร-นายตำรวจ

4.3 การสอบพลศึกษาเป็นการทดสอบสมรรถภาพร่างกาย โดยมีการทดสอบ 8 รายการ คือ ลุกนั่ง 30 วินาที, นั่งงอตัว, ดึงข้อ, ยืนกระโดด, วิ่งกลับตัว, วิ่ง 50 เมตร, ว่ายน้ำ 50 เมตร(หากไม่สามารถว่ายน้ำได้ หรือ ว่ายน้ำไม่ผ่านในเวลาที่กำหนด ถือว่าสอบไม่ผ่านรอบสอง) และวิ่ง 1,000 เมตร คิดเป็นคะแนน 100 คะแนน เพื่อนำไปรวมกับคะแนนสอบภาควิชาการ ใช้จัดลำดับที่ใหม่ เพื่อประกาศผลการสอบรอบสุดท้ายต่อไป 

คำเตือน 

1. ก่อนตรวจร่างกาย ห้าม ผู้สมัครรับประทานยาแก้ไอทุกชนิดหรือยาประเภทกระตุ้นกำลังซึ่งอาจจะก่อให้เกิด ความผิดปกติทาง หัวใจ และหลอดเลือดได้ 

2. ห้าม ผู้สมัครใส่ Contact - Lens มาตรวจสายตา 

 

 

 ข้อมูลเบื้องต้นที่ควรทราบเกี่ยวกับการสอบเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหาร

# ประวัติโรงเรียนเตรียมทหาร 

# ภารกิจของโรงเรียนเตรียมทหาร  

# แนวความคิดและนโยบายการศึกษาของโรงเรียนเตรียมทหาร 

# ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการสอบคัดเลือกเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหาร 

# ข้อแนะนำสำหรับผู้ที่ต้องการสอบเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหาร 

# คุณสมบัติของผู้สมัครเป็นนักเรียนเตรียมทหาร ; ประกาศรับสมัครสอบคัดเลือกเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหาร ปีการศึกษา 2560 กองทัพบก/ กองทัพเรือ / กองทัพอากาศ / สำนักงานตำรวจแห่งชาติ 

# หนังสือ “เตรียมทหาร เตรียมความเป็นผู้นำ” 

 

 

หลักสูตรการศึกษา

หลักสูตรโรงเรียนเตรียมทหารเป็นหลักสูตรที่จัดให้นักเรียนเตรียมทหาร ศึกษาต่อเนื่องจากหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลายของกระทรวงศึกษาธิการโดยศึกษาต่ออีก 2 ชั้นปี โดยเป็นหลักสูตรแนวเดียวกันกับหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.5-6) โดยเน้นกลุ่มวิชาซึ่งจะเป็นพื้นฐานความรู้ในการศึกษาต่อ สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ และรัฐศาสตร์ ในโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า โรงเรียนนายเรือ โรงเรียนนายเรืออากาศ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ และสถาบันระดับอุดมศึกษาทั่วไปได้ 

อีกทั้งยังเป็นหลักสูตรที่มุ่งส่งเสริมสมรรถภาพและลักษณะผู้นำทางทหาร - ตำรวจ เน้นการผสมผสานระหว่างความรู้กับการปฏิบัติให้เหมาะสมกับภารกิจหน้าที่สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจ สังคม และการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ตลอดจนเป็นหลักสูตรที่มุ่งปลูกฝังคุณธรรม ความสามัคคี และความกล้าทางจริยธรรม โดยเน้นการประพฤติปฏิบัติเป็นสำคัญ 

โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า : นักเรียนนายร้อยจะได้รับการศึกษาทางด้านวิชาการในระดับปริญญาตรี โดยสามารถเลือกเรียนสาขาใดสาขาหนึ่ง ซึ่งจะเปิดให้เลือกตามความเหมาะสมในแต่ละปีการศึกษา สาขาวิชาต่าง ๆ ประกอบด้วย ปริญญาวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต 9 สาขา คือ วิศวกรรมเครื่องกล วิศวกรรมโยธา วิศวกรรมไฟฟ้าสื่อสาร วิศวกรรมไฟฟ้ากำลัง วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ วิศวกรรมอุตสาหการ วิศวกรรมอากาศยาน วิศวกรรมสรรพาวุธ และวิศวกรรมสำรวจ ปริญญาวิทยาศาสตรบัณฑิต 5 สาขาวิชา ได้แก่ วิทยาการคอมพิวเตอร์ วิทยาศาสตร์ทั่วไป วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และเคมีประยุกต์ทางทหาร ศิลปศาสตรบัณฑิต 3 สาขาวิชา คือ บริหารรัฐกิจ บริหารทั่วไป และสังคมศาสตร์เพื่อการพัฒนา 

โรงเรียนนายเรือ : สาขาวิชาต่างๆ จะเปิดสอนตามความต้องการของกองทัพเรือ คือ วิศวกรรมไฟฟ้า วิศวกรรมเครื่องกลเรือ วิศวกรรมเครื่องกล วิศวกรรมอุทกศาสตร์ วิศวกรรมโยธา วิศวกรรมอากาศยาน วิศวกรรมต่อเรือ วิศวกรรมอุตสาหการ วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ บริหารศาสตร์ การจัดการทรัพยากรชายฝั่งและสิ่งแวดล้อม 

โรงเรียนนายเรืออากาศฯ : หลักสูตรการศึกษาเป็นไปตามที่โรงเรียนนายเรืออากาศกำหนด มีสาขาวิชาให้เลือกศึกษา ได้แก่ สาขาวิศวกรรมอากาศยาน สาขาวิศวกรรมเครื่ องกล สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า สาขาวิศวกรรมโยธา สาขาวิศวกรรมอุตสาหการ สาขาคอมพิวเตอร์ และสาขาวัสดุศาสตร์ทางการทหารและอากาศยาน ตามที่กองทัพอากาศก าหนดในแต่ละปีการศึกษา เมื่อสำเร็จ การศึกษาจะได้รับปริญญาวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต หรือวิทยาศาสตรบัณฑิต  

โรงเรียนนายร้อยตำรวจ : เปิดสอนหลักสูตร "รัฐประศาสนศาสตร์" มีหลักสูตรการศึกษา 4 ปี เมื่อสำเร็จการศึกษาแล้ว นักเรียนนายร้อยตำรวจจะได้รับปริญญารัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต

ประโยชน์ที่นักเรียนจะได้รับเมื่อเข้าศึกษาในโรงเรียนเตรียมทหาร

1. การเข้าศึกษาในโรงเรียนเตรียมทหาร นักเรียนจะผ่านการสอบคัดเลือกเพียงครั้งเดียว แล้วจะได้เข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาเลย โดยมิต้องสอบคัดเลือกอีก และได้รับเงินเดือน เบี้ยเลี้ยงในขณะศึกษาด้วย  

2. เมื่อจบจากโรงเรียนเตรียมทหารจะได้เข้าศึกษาในระดับอุดมศึกษาที่เสียค่าใช้จ่ายน้อยมาก ไม่ต้องเสียค่าเล่าเรียน อีกทั้งมีเงินเดือนและเบี้ยเลี้ยงให้ในระหว่างที่ศึกษาอยู่  

3. โรงเรียนของเหล่าทัพ มีทุนการศึกษาระยะยาวในต่างประเทศให้แก่นักเรียน ที่เรียนดีในแต่ละปีเป็นจำนวนมาก ทุกเหล่า  

4. เมื่อสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนของเหล่าทัพ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้ว จะได้รับพระราชทานยศร้อยตรี เรือตรี เรืออากาศตรี และร้อยตำรวจตรี ได้รับพระราชทานกระบี่และปริญญาบัตร ตามสาขาวิชาและได้รับการบรรจุเข้ารับราชการทันทีโดยมิต้องหางานทำอีก 

5. จะได้รับราชการในอาชีพที่มีเกียรติ เป็นที่ยอมรับ สมศักดิ์ศรีของลูกผู้ชายชาวไทย

 

 

การเตรียมตัวของผู้สมัครสอบ

1. ผู้สมัครต้องอ่านระเบียบการทั่วไป และวิธีสมัครเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหาร ตลอดจนคำชี้แจงต่าง ๆ ให้เข้าใจ ชัดเจน โดยตลอด 

2. เตรียมหลักฐานต่าง ๆ เกี่ยวกับการสมัคร ตรวจดูให้มีความถูกต้องครบถ้วน ทั้งนี้เพื่อประโยชน์และความสะดวกรวดเร็วในการสมัครของผู้สมัครเอง  

3. ตรวจสอบความสมบูรณ์ของร่างกาย ต้องมีขนาดพิกัดและไม่เป็นโรค หรือความพิการอื่นที่ขัดต่อการสมัครเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหาร  

4. จดจำกำหนดเวลา และสถานที่ของการรับสมัครที่จะประกาศให้ทราบก่อนการรับสมัคร  

5. การแต่งกายในการไปสมัครรวมทั้งการที่จะเข้าสอบ ตลอดจนการไปติดต่อต่าง ๆ ต้องให้สุภาพเรียบร้อย  

6. ในวันทำสัญญามอบตัวเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหาร ผู้ที่สอบผ่านการคัดเลือกเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหาร จะต้องนำผู้ปกครองและผู้รับรอง ไปทำสัญญาที่โรงเรียนเตรียมทหาร ตามวัน เวลา ที่กำหนดไว้ในประกาศพร้อมทั้งนำเงินค่าใช้จ่ายในการเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหารมาชำระด้วย (รายละเอียดจะมีคำชี้แจงแจกจ่าย ให้ทราบในวันประกาศผลรอบสอง)

 

 

สถานที่ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม  

 ผู้สมัครสอบคัดเลือกเป็นนักเรียนเตรียมทหารในส่วนของกองทัพบก ติดต่อที่ กองสถิติและทะเบียนประวัติ โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า อำเภอเมืองฯ จังหวัดนครนายก 26000 หรือ www.crma.ac.th

ผู้สมัครสอบคัดเลือกเป็นนักเรียนเตรียมทหารในส่วนของกองทัพเรือ ติดต่อที่ โรงเรียนนายเรือ อำเภอเมืองฯ จังหวัดสมุทรปราการ 10270 หรือ www.rtna.ac.th

ผู้สมัครสอบคัดเลือกเป็นนักเรียนเตรียมทหารในส่วนของกองทัพอากาศ ติดต่อที่ กองสถิติและประเมินผล โรงเรียนนายเรืออากาศ ดอนเมือง กรุงเทพ ฯ 10220 หรือ www.rtafa.ac.th

ผู้สมัครสอบคัดเลือกเป็นนักเรียนเตรียมทหารในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ติดต่อที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจ อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม 73110 หรือ www.rpca.ac.th 

และ/หรือ ท่านอาจสอบถามรายละเอียดได้จาก แผนกสารนิเทศ โรงเรียนเตรียมทหาร 185 หมู่ 5 ตำบลศรีกะอาง อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก 26110 หรือ www.afaps.ac.th

 

 

                            
                                
                            
                        

THAI CADET

“เราจะปั้นเด็กธรรมดาคนหนึ่ง ให้เป็นนักเรียนเตรียมทหาร”

THAI CADETเป็นติวเตอร์ขนาดเล็กที่เน้นการสร้างผลงานทางวิชาการ และการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพ ด้วยทีมอาจารย์ที่มีประสบการณ์ ซึ่งเป็นอดีตนักเรียนเตรียมทหารและนักเรียนโรงเรียนของเหล่าทัพ

เปิดให้บริการเว็บไซต์นับตั้งแต่วันที่ 9 กันยายน 2547


© 2547-2560. All Right Reserved by THAI CADET  
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (ภาพถ่ายโรงเรียนเตรียมทหาร และนักเรียนเตรียมทหาร ภายในเว็บไซต์แห่งนี้ ห้ามคัดลอก หรือนำไปเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร)

 

 

TEL.  087 561 2511, 086 571 4623

Official Website     www.thaicadet.org 

facebook     www.facebook.com/thaicadet

YouTube    www.youtube.com/thaicadet

คอร์สเรียนออนไลน์    www.coursesquare.co/thaicadet

E-book และหนังสืออ่านเตรียมสอบ     http://m.se-ed.com/