http://www.duangden.com
การปะทะทางอารยธรรม: ตะวันออกกับตะวันตก
 

ดร.ทวีวัฒน์ ปุณฑริกวิวัฒน์
อาจารย์ประจำำภาควิชามนุษยศาสตร์
คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล


***

 
เว็บไซต์นายร้อยไทย : บันไดขั้นแรกสู่รั้วโรงเรียนเตรียมทหาร.

ในหนังสือ The Clash of Civilization? ( การปะทะทางอารยธรรม ) แซมวล พี ฮันทิงตัน (Samuel P. Huntington) ได้ชี้ให้เห็นเมื่อทศวรรษที่แล้วว่า ภายหลังสงครามเย็น สหรัฐอเมริกาจะเผชิญหน้ากับภัยคุกคามที่อาจจะมาจากอารยธรรมอิสลามหรืออารยธรรม ขงจื้อ เพราะว่าอารยธรรมทั้งสอง นี้ กำลังขยายตัว และแตกต่างจากอารยธรรมตะวันตกเป็นอันมาก ภายหลังจากโศกนาฏกรรม 11 กันยายน พ . ศ . 2 544 ณ นครนิวยอร์ค ตะวันตกเริ่มเกิดความชัดเจนยิ่งขึ้นว่า ภัยคุกคามนั้นมาจากโลกอิสลามมากกว่าจากจีน

วิกฤตการณ์ของโลกในปัจจุบัน อาจมองได้อย่างน้อยจากสองทรรศนะด้วยกันคือ วิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจการเมืองของโลก และสิ่งที่เรียกว่า “การปะทะทางอารยธรรม” จากทรรศนะทางเศรษฐกิจการเมือง โลกได้ถูกรวมตัวกันชั่วคราวในกรอบของระบบเศรษฐกิจแบบตลาดโลก ภายใต้ระบบทุนนิยมข้ามชาติ อุดมการณ์ทุนนิยมในเรื่อง “การแข่งขันอย่างเสรี” (free competition) ค่อนข้างจะเป็นอุดมคติ ในโลกแห่งความเป็นจริงทุนข้ามชาติกลืนกินทุนท้องถิ่นในโลกที่สาม และกลืนกินทุนชาติในระดับหนึ่ง อันนำไปสู่ระบบ “ทุนนิยมผูกขาด” ซึ่งเป็นจักรวรรดินิยมโดยธรรมชาติของมัน ผลที่ตามมาก็คือ โครงสร้างทางเศรษฐกิจของโลกได้ทำให้ประเทศที่มั่งคั่งมั่งคั่งขึ้น ประเทศที่ยากจนยากจนลง และภายในขอบเขตของประเทศหนึ่งๆ คนรวยรวยขึ้น คนจนจนลง โดยปรกติแล้วคนจนจะไม่ปฏิวัติถ้าหากพวกเขาไม่ประสบกับภาวะที่ สุดโต่งจริงๆ ในโลกที่สามชาวมุสลิมจำนวนมากมีชีวิตอยู่อย่างยากจน จากสภาวะของความยากจนและถูกจุดชนวนด้วยความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ชาวมุสลิมซึ่งเป็นตัวแทนของโลกที่สามที่ยากจน ได้โจมตีสหรัฐอเมริกาอันเป็นศูนย์กลางของระบบทุนนิยมโลก ดังนั้นสงครามกองโจรในระดับโลกได้เกิดขึ้นระหว่างโลกที่สามที่ยากจนกับโลกที่หนึ่งที่มั่งคั่ง

เมื่อมองจากทรรศนะที่สอง การปะทะของอารยธรรมอิสลามกับ อารยธรรม ตะวันตกอาจมองได้ว่า มีรากฐานมาจากความแตกต่างทางด้านการให้คุณค่ากับอุดมการณ์ อิสลามในฐานะศาสนาได้ให้โลกทัศน์และคุณค่าชุดหนึ่งแก่ผู้ที่นับถือ ชาวมุสลิมส่วนใหญ่ถือว่าศาสนาของตนเป็น เพียง ศาสนา เดียว เท่านั้นที่ครอบครองสัจธรรมสูงสุดไว้ ดังนั้นโลกทัศน์และคุณค่าของศาสนา อิสลาม จึงสมบูรณ์และไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ทรรศนะเช่นนี้นำไปสู่แนวคิดแบบ “ลัทธิหวนคืนสู่สังคมเก่า” (Fundamentalism) ในทางตรงข้ามตะวันตกเป็นผู้นำของ “ความทันสมัย” (Modernity) อันนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่รวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่ ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงโลกทัศน์และคุณค่าในระดับโลก ดังนั้นส่วนหนึ่งของการปะทะก็คือ การปะทะระหว่าง “ลัทธิหวนคืนสู่สังคมเก่า ” กับ “ความทันสมัย”

อุดมการณ์ทางศาสนาบางครั้งกลายเป็นปัจจัยที่สำคัญ ที่อาจนำไปสู่สันติภาพ ก็ได้ หรือ นำไปสู่ ความรุนแรง ก็ ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการตีความ ยกตัวอย่างเช่น ระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง ญี่ปุ่นได้ใช้ประโยชน์จากอุดมการณ์ของศาสนาชินโต ในการขับเคลื่อนกองทัพญี่ปุ่นให้ เข้า รุกรานเอเชีย และในการป้องกันประเทศในเวลาต่อมา จากการตีความคัมภีร์ของศาสนาชินโต พระจักรพรรดิญี่ปุ่นทรงเป็นผู้สืบเชื้อสายโดยตรงมาจากเทพเจ้าแห่งดวงอาทิตย์ ดังนั้นพระจักรพรรดิ จึง ทรงเป็นเทพเจ้า และชาวญี่ปุ่น ก็ เป็นเชื้อชาติที่ถูกเลือกสรรแล้วโดยพระเจ้าให้ทำหน้าที่ปกครองโลก ถ้าบัญญัติแห่งสวรรค์นี้ไม่สามารถสำเร็จลุล่วงโดยสันติวิธีแล้ว ก็ไม่เป็นการปราศจากเหตุผลที่จะกระทำให้สำเร็จลุล่วงด้วยสงคราม เมื่อต้องเผชิญหน้ากับระเบิดนิวเคลียร์สองลูกในช่วงปลายสงครามโลกครั้งที่สอง พระจักรพรรดิฮิโรฮิโต (Hirohito) ทรงประกาศทางวิทยุทั่วประเทศที่ทำให้ชาวญี่ปุ่นตกตะลึงทั้งชาติว่า สายใยแห่งความผูกพันระหว่างพระจักรพรรดิกับประชาชนญี่ปุ่นไม่อาจตั้งอยู่บนคัมภีร์อันเป็นตำนานเทพนิยายได้อีกต่อไป พระจักรพรรดิมิได้ทรงเป็นเทพเจ้า แต่ทรงเป็นมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่ง ภายหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ศาสนาชินโตถูกแบ่งแยกออกเป็นสองส่วน กล่าวคือ “ชินโตแห่งรัฐ” (State Shintoism) ซึ่งได้ให้อุดมการณ์อันนำไปสู่ลัทธิทหาร ถูก ยุบเลิกไปโดยฝ่าย สัมพันธมิตร และ “ชินโตแห่งนิกาย” (Sectarian Shintoism) ซึ่งเป็นความเชื่ออันสันติส่วนบุคคล ได้รับอนุญาตให้ดำรงอยู่ต่อไปในฐานะศาสนา รัฐธรรมนูญใหม่ของญี่ปุ่นซึ่งเขียนโดยฝ่ายสัมพันธมิตร ได้แบ่งแยกรัฐกับศาสนาออกจากกันอย่างชัดเจน ทั้งนี้ เพื่อให้แน่ใจว่าศาสนาจะไม่ สามารถ ให้อุดมการณ์อันนำไปสู่สงครามรอบใหม่ได้อีก

การโจมตีด้วยระเบิดพลีชีพในยุคปัจจุบัน โดยผู้ก่อการร้าย ชาว มุสลิมต่อชาวยิวและชาวตะวันตก ได้เตือน ให้ ชาวโลกหวน ระลึก ถึงฝูงบิน คามิคาเซะ ของญี่ปุ่นในระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง มี คำถามบางประการ ที่ กำลังรอ คอย คำตอบ เช่น การตีความศาสนาอิสลามในบางลักษณะ จะสามารถให้อุดมการณ์อันนำไปสู่ลัทธิทหาร ( ไม่ว่าจะเต็มรูปแบบหรือ ลง ใต้ดินก็ตาม ) ในลักษณะที่คล้ายคลึงกับที่ศาสนาชินโตได้ให้แก่ญี่ปุ่นในระหว่างสงครามโลกครั้งที่สองหรือไม่ ประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช คิดอะไรอยู่ในใจ เมื่อท่านประกาศว่าท่านจะนำ “ประชาธิปไตย” และ “เสรีภาพ” ไปสู่โลกอิสลาม ความขัดแย้งในปัจจุบันระหว่างมุสลิมกับตะวันตกเป็นความขัดแย้งทางเศรษฐกิจการเมืองล้วนๆ หรือว่าเป็นสงครามศักดิ์สิทธิ์รอบใหม่

ในฐานะที่เป็นศาสนาแห่งสันติ พุทธศาสนาขอเรียกร้องวิถีแห่งการเปลี่ยนแปลงที่ สันติสามประการในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในโลกปัจจุบัน ประการแรกระบบเศรษฐกิจแบบตลาดโลกภายใต้ระบบทุนนิยมข้ามชาติ ควรจะได้รับการเปลี่ยนแปลงไปสู่ระบบเศรษฐกิจทางเลือก (เช่น พุทธเศรษฐศาสตร์ เป็นต้น) เพื่อให้เกิดโครงสร้างทางเศรษฐกิจที่ยุติธรรม เพื่อว่าประชาชนในโลกที่สามรวมทั้งชาวมุสลิมจะมีมาตรฐานการครองชีพที่ดีขึ้น ประการที่สองประชาชนทุกเชื้อชาติ เพศ วัย สัญชาติ และศาสนาควรจะอยู่ร่วมกันอย่างสันติในโลกแห่งความหลากหลายนี้ ด้วยความเข้าใจและเคารพซึ่งกันและกัน โดยปราศจากการเหยียดหยามหรือแบ่งแยก ควรถือว่ามนุษย์ทุกคนเป็นพี่น้องกัน ประการที่สามการตีความคัมภีร์ทางศาสนาในโลกปัจจุบัน ไม่ควรถูกกระทำไปในลักษณะที่สร้างอุดมการณ์ทางศาสนาอันนำไปสู่ความรุนแรงหรือสงคราม แต่ควรนำไปสู่การสร้างอุดมการณ์ทางศาสนาที่มุ่งเน้นสันติภาพและความเมตตาต่อมวลมนุษยชาติ.

Google
 
 
 
 
© Webpage Designed by thaicadet.org // Last Updated. Saturday 30 July, 2011 1:22 PM