THAI CADET : กวดวิชาเข้าเตรียมทหาร ผลงานวิชาการ ที่ 1 เหล่าทหารบก ปี 2558
Home
Facebook
YouTube
Instagram
Line
Mail
 

 
THAI CADET : แนะนำข้อมูลการสอบคัดเลือกเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหาร
 
ความเหมือนและความต่างระหว่างภาษาไทยกับภาษาเนปาล

© พระสุชน สุชโน
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

ข้าพเจ้ามาอยู่ในดินแดนประเทศไทยแห่งนี้เป็นเวลาย่างเข้าสู่ปีที่ ๔ แล้ว ระยะเวลานี้มีทั้งเพื่อนนิสิตและญาติโยมได้มาบอกว่า อยากรู้อยากฟังลักษณะของภาษาและอักษรเนปาลเป็นจำนวนไม่น้อย เพราะฉะนั้นในวันนี้จะกล่าวถึงความเหมือนและความต่างระหว่างภาษาไทยกับภาษาเนปาลพอเป็นสังเขป เพื่อเป็นการแก้ความข้องใจและแนวทางประดับสติปัญญาของท่านในอีกด้านหนึ่งด้วย

ภาษาเนปาลหรือ "เนปาลีภาสา" เป็นภาษาทางราชการของประเทศเนปาล ประชากรส่วนใหญ่ใช้ในการสื่อสารระหว่างกันและกัน ซึ่งมีรูปร่างลักษณะเปรียบเหมือนภาษาสันสกฤตและฮินดี (=ภาษาอินเดีย) เพราะใช้ตัวอักษรเทวนาครีเหมือนกัน ตัวอักษรและการเขียนแม้จะเหมือนกันและมีเพิ่มขึ้นมาบ้างเล็กน้อย แต่ความหมายและสำนวนนั้นจะเพี้ยนไปอย่างหน้ามือเป็นหลังมือทีเดียว

ภาษาเนปาลมีพยัญชนะทั้งหมด ๓๖ ตัว คือ s v u # ? r % h ? ? ^ & * ( )f t y b w g k km a e d o / n j z if ; x If q !. ส่วนภาษาไทยมีพยัญชนะ ๔๔ ตัว และสระในภาษาไทยมี ๓๒ ตัว มีมากกว่าสระในภาษาเนปาลหนึ่งเท่าตัว คือภาษาเนปาลมีสระ ๑๖ ตัวเท่านั้น คือ c cf O O{ p pm ? ?[ n[ n[[ P P] cf] cf} c? cM. แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าภาษาไทยกับภาษาเนปาลมีความแตกต่างกันอย่างไร เนื่องจากภาษาไทยมีสระและพยัญชนะมากประกอบกับ ไม้เอก ไม้โท ไม้ตรี ไม้จัตวา และไม้ไต่คู้ ทำให้ภาษาไทยมีความนุ่มนวลและพูดไพเราะเพราะพริ้งมาก ส่วนพยัญชนะและสระนั้นมีความเหมือนและต่างกันนั้นยากที่จะอธิบายให้เข้าใจว่าเหมือนตัวอักษรไหนและไม่เหมือนอักษรไหน เพื่อให้เห็นชัดตามหัวข้อที่ยกไว้เบื้องต้นนี้ ข้าพเจ้าจะขอนำเอาภาษาที่เป็นกลางคือ ภาษาบาลีมาตัดสินความเหมือนและความต่างระหว่างภาษาไทยกับภาษาเนปาล เนื่องจากว่าภาษาทั้งสองนั้นส่วนใหญ่นำมาจากภาษาบาลีและสันสกฤต

ภาษาบาลีหรือ "ปาลีภาสา" เป็นภาษาที่ใช้ในทางพระพุทธศาสนาฝ่ายเถรวาท การศึกษาพระพุทธศาสนาใช้ภาษาบาลีเป็นหลักเกือบทุกประเทศที่มีพระพุทธศาสนาฝ่ายเถรวาท ภาษาบาลีมีทั้งสระและพยัญชนะรวมแล้วมี ๔๑ ตัว โดยมีสระ ๘ ตัวและพยัญชนะ ๓๒ ตัว(=ถ้ารวม "อํ" รวมด้วยก็คง ๓๓ ตัวมีดังนี้

พยัญชนะในภาษาบาลี อักษรไทย และเนปาล ๓๒ ตัว

ก ข ค ฆ ง จ ฉ ช ฌ ญ
s v u # ? r % h ? ?

ฎ ฐ ฑ ฒ ณ ต ถ ท ธ น
^ & * ( )f t y b w g

ป ผ พ ภ ม ย ร ล ว ส ห ฬ อํ
k km a e d o / n j ; x n c?

สระ ในภาษาบาลี อักษรไทยและเนปาล ๘ ตัว

อ อา อิ อี อุ อู เอ โอ
c cf O O{ p pm P cf]

ตัวอักษรที่กล่าวมาทั้งหมดนี้เป็นภาษาบาลีอักษรไทยและเนปาล พยัญชนะและสระที่ใช้ในภาษาบาลีเหมือนกันทั้งสองภาษา นอกจากนี้ยังมีตัวอักษรที่เหมือนกัน แต่เป็นตัวอักษรที่ไม่มีในภาษาบาลีมีด้วยกัน ๕ ตัวคือ if = ษ , z= ศ , q = ตฺร, If = เกษร, != ชญา ส่วนตัวอักษร ตร เกษร และชญานั้นทางภาษาไทยไม่มีตัวอักษรให้ใช้แต่มีการใช้อยู่ในภาษาเป็นจำนวนมาก เช่น เกษตร กษัตรีย์ ศาสตร์ เป็นต้น

ส่วนสระก็มี ฤ =?, ฤา =?[, ฦ =n,[ ฦา =n[, ไอ,ใอ =P], เอา =cf} และอะ= cM (หมายเหตุ ฤา ฦ ฦา สระเหล่านี้ไม่เคยได้ใช้กันแลัว)

ด้วยเหตุที่ภาษาเนปาลและภาษาไทยนั้นมีที่มาแหลงเดียวเป็นส่วนใหญ่ทำให้ศัพท์ส่วนหนึ่งเหมือนกันทั้งสองภาษา และการออกเสียงนั้นในภาษาไทยได้ดัดแปลงให้ออกเสียงเพราะและง่าย เช่น ธรรม ศาสตร์

นอกจากที่กล่าวมาตัวอักษรอีกหลายตัวที่มีในภาษาไทย ซึ่งเป็นตัวอักษรที่แตกต่างจากภาษาเนปาลและออกเสียงก็ยากสำหรับคนเนปาลด้วย เพราะภาษาไทยเป็นภาษาที่ใช้เสียงเป็นหลัก หรือ "เล่นเสียง" จึงเมื่อฝังแล้วไพเราะน่าฟังมาก สำหรับข้าพเจ้ามีความรู้สึกว่าภาษาไทยเป็นภาษาที่ทั้งยากและทั้งง่ายคือ "ง่ายตรงที่พูด ยากตรงที่เขียน" อีกอย่างหนึ่ง " พูดได้แต่เขียนไม่ได้ เขียนได้แต่อ่านไม่ออก" อย่างนี้เป็นตัน ส่วนภาษาเนปาลนั้นคิดว่าพูดได้ก็เขียนได้ด้วยอย่างแน่นอน ถ้าท่านได้ฝึกเขียนเล็กน้อย

ต่อไปจะกล่าวถึงประโยค การแต่งประโยคนั้นแปลกไปจากภาษาไทยอย่างกลับหน้ากลับหลัง เพราะภาษาเนปาลใช้กิริยาเป็นที่สุดของประโยคเป็นส่วนใหญ่ เช่น d :s?n hfG%?. แปลว่า "ผมไปโรงเรียน" หากแปลอย่างเนปาลจะเป็น ผมโรงเรียนไป การแต่งประโยคเช่นนี้ มีความหมายที่คนละความหมายกันกับภาษาไทยเลย แทนที่จะเป็นตัวประธาน "ผม" ไปนั้นกล้ายเป็น "โรงเรียน" เป็นผู้ไป ทั้งๆ ที่โรงเรียนเป็นตัว Object ของประโยคอยู่ เพราะภาษาไทยกิริยามาคู่กับประธานหรือ Subject เช่น "ผมไปโรงเรียน" ซึ่งเป็นการแต่งประโยคที่ผิดหลักแต่ไม่เปลี่ยนความหมายในภาษาเนปาล หมายถึงตัวประธานนั่นแหละเป็นผู้ไปอยู่ดี ไม่เหมือนกับภาษาไทยที่ความหมายเพี้ยนไปยังคนละอย่างกัน แต่ถ้าคำพูดแบสั้นๆ เช่น ฉันไป ฉันจะกินเป็นต้น จะเหมือนกันกับภาษาเนปาล คือ d lsG%?. (มะ กินชุ) d hfG%?. (มะจั่นชุ) เป็นต้น การใช้สรรพนามนั้นก็ไม่เหมือนกันเช่น คำศัพท์ที่ว่า "ผม" ใช้แทนกันได้หลายอย่างในภาษาไทย เช่น ฉัน, ดีฉัน, กระผม,กู, ข้าพเจ้า, อาตมา, ข้าพระพุทธเจ้า, ข้าพระองค์ เป็นต้น แต่ภาษาเนปาลนั้นใช้คำเดียวคือ d (มะ หรือ เมาะ) เท่านั้น

การที่ใช้สรรพนามในภาษาไทยนั้นก็สามารถรู้เพศได้ว่าคำพูดนี้เป็นของชายหรือหญิง เช่น ผม ใช้กับผู้ชาย ฉัน หรือดิฉัน ใช้กับผู้หญิง ภาษาเนปาลนั้นใช้คำเดียวทั้งชายและหญิงคือ มะ ไม่สามารถแยกได้ว่าเป็นชายหรือหญิงนอกจากฟังประโยคทั้งหมด

ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ก็เป็นความเหมือนและความต่างในพยัญชนะ สระและการแต่งประโยคตลอดถึงเรื่องสรรพนามระหว่างภาษาไทยกับภาษาเนปาลพอเป็นสังเขปเท่านี้ฯ

 
ลงทะเบียนทดสอบความรู้ภาควิชาการกับเว็บไซต์นายร้อยไทย
 
 
เฉลยข้อสอบเก่าเตรียมทหารวิชาคณิตศาสตร์ (2550-2555) เหล่าทหารเรือ
เฉลยข้อสอบเก่าเตรียมทหารวิชาคณิตศาสตร์ (2550-2555) เหล่าทหารเรือ
เฉลยข้อสอบเก่าเตรียมทหาร วิชาคณิตศาสตร์ แบบละเอียดสุดๆ เหล่าทหารบก (จปร.) ปีพ.ศ. 2547-2552
เฉลยข้อสอบเก่าเตรียมทหาร วิชาคณิตศาสตร์ แบบละเอียดสุดๆ เหล่าตำรวจ (นรต.) ปีพ.ศ. 2547-2552
   
 
 
 
 
 
THAI CADET
“เราจะปั้นเด็กธรรมดาคนหนึ่ง ให้เป็นนักเรียนเตรียมทหาร”

© 2547-2559. All Right Reserved by THAI CADET
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

ภาพถ่ายโรงเรียนเตรียมทหาร และนักเรียนเตรียมทหาร ภายในเว็บไซต์แห่งนี้
ห้ามคัดลอก หรือนำไปเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร
Tel. 087 561 2511, 086 571 4623
Official Website : www.thaicadet.org
E-mail : hat3744@hotmail.com


เปิดให้บริการเว็บไซต์นับตั้งแต่วันที่ 9 กันยายน 2547
ปรับปรุงข้อมูล Mon, 16 May, 2016 21:12